ผลงานของเรา

ร้านสูท พพร ได้รับความไว้วางใจจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ใส่ใจทุกรายละเอียด เพื่อความพึงพอใจของลูกค้า

ขอขอบคุณทุกองค์กร ที่มอบความไว้วางใจ

 

ตัวอย่างบางส่วน บริษัท, ห้างร้าน, หน่วยงานรัฐ ,หน่วยงานเอกชน ,มหาวิทยาลัย,โรงเรียน,ธุรกิจโรงแรม และอื่นๆที่เคยร่วมงาน

-บริษัท เซ็นทรัล วัตสัน จํากัด

-บริษัทสยามพิวรรธน์ จํากัด

-ธนาคารกรุงไทย สำนักงานใหญ่

-ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

-บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

-อยุธยา อลิอันซ์ จำกัด สำนักงานใหญ่

-บริษัท เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

-บริษัท บัตรเครดิต กรุงไทย จำกัด

-บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

-บริษัท ฟาร์ม โชคชัย จํากัด

-บริษัท ซันยอง (ประเทศไทย) จำกัด 

 

การสร้างภาพลักษณ์องค์กร

การสร้างภาพลักษณ์องค์กรมีประโยชน์อย่างไรกับธุรกิจ

ทุกๆ ธุรกิจต่างมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมให้บริษัทโดดเด่น มีเอกลักษณ์เหนือคู่แข่งในกลุ่มธุรกิจประเภทเดียวกันแล้ว ซึ่งไม่เพียงแต่จะต้องมีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีกลยุทธ์ทางการตลาดที่ดี และ การดำเนินงานขององค์กรที่มีประสิทธิภาพแล้ว  เสื้อสูท พนักงาน ยังเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่สนับสนุนแบรนด์ของบริษัทท่านอย่างมาก โดยเฉพาะบริษัทที่ต้องประสานงานเป็นประจำกับสาธารณชน กับผู้บริโภค หรือสังคมภายนอก ซึ่ง เสื้อสูท จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กรและลูกค้า(good image of the organization and the customer) ทำให้บริษัทกลายเป็นที่รู้จัก ผลดีของเสื้อสูท องค์กรไม่ได้มีแค่ในมุมของบริษัทเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อเจ้าหน้าที่ด้วยเช่นเดียวกัน ตัวอย่างเช่น

1.สร้างความเป็น Unity

เสื้อสูท สูทองค์กร สูทหน่วยงาน ทำให้พนักงานรู้สึกความเป็น  Unity สร้างความรู้สึกสมัครสมานสามัคคีกันและกัน ท่านคงประหลาดใจว่าเพราะเหตุใด เหล่าทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือนักเรียนถึงมียูนิฟอร์มเป็นของตัวเอง ที่เป็นเช่นนี้เพื่อให้ผู้อื่นแบ่งแยกและบ่งบอกว่าพวกเขาเป็นใคร นอกจากนี้ผู้ใส่จะได้สำนึกถึงหน้าที่ของตนเอง เกิดความรู้สึกรักองค์กร ปฏิบัติงานด้วยความมั่นใจ ช่วยเสริมให้เกิดการทำงานเป็นทีม

2.สร้างความทัดเทียม

หากมีเสื้อสูท จะทำให้เจ้าหน้าที่ทราบถึงถึงความทัดเทียมกัน ปราศจากความแตกต่าง ไม่รู้สึกกดดันกับการต้องใส่เสื้อผ้าให้ดูหรูหรา เพื่อที่จะประกวดประขันแข่งขันกันกับผู้ร่วมงาน ซึ่งนอกจากจะช่วยลดเงินในการซื้อเครื่องแต่งกายแล้ว ยังทำให้ผู้ปฏิบัติงานของบริษัทท่านโฟกัสอยู่กับการงานและการพัฒนาชิ้นงานให้ก้าวหน้าขึ้น

3.ส่งเสริมภาพลักษณ์

เปรียบดังสื่อโฆษณาที่เคลื่อนไหวได้ ทั้งนี้เพราะไม่ว่าบุคลากรของท่านออกไปทำกิจธุระ เดินทางไปกลับที่ทำงาน หรือนัดพบลูกค้า กลุ่มเป้าหมายสามารถพบเห็น  Logo ได้จากเสื้อสูท ของผู้ปฏิบัติงานเหล่านี้ ทำให้ชื่อธุรกิจตกเป็นที่รู้จักในวงกว้างออกไป นอกจากนี้เสื้อสูท ยังทำให้เจ้าหน้าที่และบริษัทมีอิมเมจดูเป็นมือโปร ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ว่าจ้างวาดหวังให้เป็น นอกจากนี้ส่งผลต่อความประพฤติของเจ้าหน้าที่ โดยช่วงที่เขาทั้งหลายใส่เสื้อสูท จะตระหนักว่าการแสดงออกสิ่งไรในที่สาธารณะ จะดีหรือแย่ จะส่งผลต่อบริษัทที่ทำงานทั้งสิ้น เหตุฉะนี้ เขาจะมีสติไตร่ตรอง ระมัดระวังท่าทางของตนเองตลอดเวลา

4.ลูกค้าสามารถแยกแยะได้

เสื้อสูท ทำให้พนักงานดูเด่นในงานอีเวนท์ หรืองานออกทำกิจกรรมทางการตลาดหลากหลาย การใส่เสื้อสูท เหมือนกันของเจ้าหน้าที่การตลาดทำให้ ดูเป็นลักษณะเฉพาะและแหวกแนวจากบริษัทอื่นๆ ซึ่งผู้ซื้อจะจำแนกได้ฉับพลันว่าคนไหนคือพนักงานของแบรนด์สินค้า

พอเห็นผลดีในหลากแง่มุมของเสื้อสูท ยูนิฟอร์ม เชื่อได้ว่าคุณคงช่วยให้ท่านตัดสินใจได้ดี แม้กระนั้นการจัดทำเสื้อสูท ยูนิฟอร์มควรมุ่งเน้นการออกแบบให้ดูง่ายๆ  มีความสวยงามสะดุดตา ใช้เนื้อผ้าที่มีมาตรฐาน และจุดสำคัญราคาค่าใช้จ่ายต่อตัวไม่ควรเกินงบประมาณที่ตั้งไว้

Credit : www.plazacool.com

เกี่ยวกับเรา

 

เราคือโรงงานผู้ผลิตครบวงจรในเรื่องสูท ด้วยประสบการณ์นานกว่า30ปี รับสั่งตัดทั้งงานปลีก-งานทีมจำนวนมาก เราซื่อสัตย์ ยึดมั่นในคุณภาพและบริการ เพื่อความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า ด้วยความเป็นผู้นำทางด้านสูทเราจึงไม่หยุดพัฒนาการออกแบบและตัดเย็บ โรงงานของเราจึงนำอุปกรณ์ที่ทันสมัยโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการสร้างแพทเทรินเพื่อผลงานที่มีคุณภาพ มากไปกว่านี้เราตัดเย็บโดยช่างผู้ชำนาญทางด้านสูทโดยเฉพาะและผ่านการตรวจสอบคุณภาพมาตราฐานก่อนนำส่งถึงมือลูกค้า ลูกค้าจะสามารถเลือกแบบชุดและผ้าได้เอง มีผ้าและสีให้เลือกเยอะ งานตัดของเราจะเน้นรูปแบบที่ทันสมัย เพื่อให้เหมาะกับยุคปัจจุบันแต่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์เดิมของสูทไว้ นอกจากนี้เรายังรับตัดสูทแฟชั่น ออกแบบสูท ตัดสูทเจ้าบ่าว หรือ สูทยี่ห้อต่างๆตามแบบที่ลูกค้าต้องการได้อีกด้วย เรารับประกันงานตัด ให้สูทของเราเป็นหนึ่งในใจคุณ
บริการของเรา

-รับตัดเสื้อสูท เสื้อสูทสากล เสื้อสูทองค์กร สูทผู้บริหาร สูทเจ้าบ่าว สูทรับปริญญา ชุดฟอร์มบริษัท 

-โรงเรียน มหาวิทยาลัย ทั่วประเทศ

-รับตัดชุดข้าราชการ ชุดปกติขาว

-รับสั่งทำงานโลโก้ทุกชนิด ทุกองค์กร

-จำหน่ายเครื่องหมายราชการ ทุก กระทรวง ทบวง กรม ในราคาโรงงาน

-เรามีทีมงานบริการวัดตัวนอกสถานที่ทั่วประเทศ สำหรับลูกค้าสั่งตัดกับเราเป็นทีมไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

-หากไม่สะดวกมารับสินค้าด้วยตัวเองเรามีบริการจัดส่งสินค้าทางไปรษณีย์ เพื่อความสะดวกของลูกค้า

วัตถุประสงค์

ด้วยความเป็นผู้นำทางด้านสูท เราต้องการให้คนไทยได้เลือกใช้สูทที่มีคุณภาพใส่ออกมาแล้วดูดี ในราคาที่จับต้องได้ การใส่สูทไม่จำต้องใส่เพื่อไปงานเลี้ยง งานสังสรรค์เท่านั้นแต่สามารถใส่ไปทำงานได้ด้วย ใส่แล้วดูดี เก๋ มีสไตล์ และใส่ไปทำงานได้โดยไม่จัดจ้านเกินไปร้านสูท"พพร"จึงได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อสนองความต้องการและความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า

จุดเด็นของร้านสูท"พพร"

-เป็นโรงงานผลิตสูทครบวงจร สินค้ามีคุณภาพในราคาโรงงาน

-ใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์อันทันสมัยในการสร้างแพทเทริน

-รูปแบบของสูทเน้นความเป็นสากลมากขึ้นจะมีสไตล์ที่เป็นทางการแต่ให้รสนิยมคลาสสิกและทันสมัย

-มีทีมงานที่ผ่านการฝึกอบรมคอยให้คำปรึกษา

-เลือกใช้แต่วัตถุดิบที่มีคุณภาพและช่างฝีมือที่ประณีต

-ควบคุมเวลาในการผลิต ไม่ล่าช้า

เลือกสูทให้เหมาะกับวันสำคัญ

เลือกสูทให้เหมาะกับวันสำคัญ

โต๊ะอาหารกับคนในตระกูลของเราหรือครอบครัวเพื่อน
หากมีนัดกินข้าวกับครอบครัวในบ้านของเราเอง แล้วบนโต๊ะอาหารนั้นมีแขกผู้ใหญ่ ไม่ควรจะใส่เสื้อยืดคอกลมมากินข้าว เพราะว่าเสื้อยืดคอกลมมันแสดงถึงความเป็นInner Wear ไม่ควรอย่างยิ่ง ที่เหมาะสมคือ อย่างน้อย ผู้ชายใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้น หรือเสื้อเชิ้ตแขนยาวที่ติดกระดุมแขนเรียบร้อย แต่จะสอดชายหรือไม่สอดชายต้องดูความยาวเสื้อ จะเป็นเสื้อเชิ้ตสีฟ้า กางเกงสีเทา เสื้อเชิ้ตสีฟ้า กางเกงสีกากีก็ได้ อันนี้แค่เบสิก ในบ้านนะ แต่ถ้าไปร้านอาหารปกติ ก็แบบเดียวกันได้ แต่ต้องเสื้อเชิ้ตแขนยาวเท่านั้น

หากไปกินข้าวกลางวันในโรงแรม หรือระดับร้านอาหารที่ต้องจองโต๊ะ ต้องขอให้มีแจ๊กเก็ตหรือเบลเซอร์สักตัว คุณควรจะใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสอดชายกับกางเกงขายาว และก็ต้องมีเบลเซอร์ทับ หรืออาจจะใส่เป็นกางเกงยีนส์ที่ขาไม่ลีบเป็นจิ้งเหลน หรือใส่กางเกงชิโนส์ สแลค แล้วใส่รองเท้าโลฟเฟอร์หนัง หรือรองเท้าผูกเชือกที่มันดูเป็น Trendy Dress Up Shoes แบบไหนก็ได้ แต่ถ้ากินข้าวกลางคืนในโรงแรม หรือ ร้านอาหารฝรั่งที่เสิร์ฟเป็นคอร์ส ควรจะใส่สูท และผูกเนคไท

• โต๊ะอาหารระดับองค์กร บริษัท กับคนระดับบริหารต่างๆ
เมื่อ Meeting เสร็จแล้วต้องไปกินข้าวด้วยกันกับผู้บริหาร อย่างน้อยๆ คุณต้องใส่เสื้อเชิ้ต ใส่สูท (สูทคือหมายความว่าเสื้อ และกางเกงผ้าและสีเดียวกัน) พร้อมด้วยรองเท้าหนัง คุณจะใส่เสื้อเชิ้ตสีอ่อนก็ได้แค่สีขาวหรือฟ้า แต่ไม่ควรใส่เสื้อเชิ้ต White Collarเพราะมันต้องเป็นผู้บริหารแบบ Owner หรือ ระดับสูง ถ้าเราเป็นพนักงานไปใส่ White Collar แล้ว CEO คนที่มานั่งกินข้าวด้วย มองดูแล้วมันแต่งตัวล้ำตำแหน่งเขาไปหน่อย
ฉะนั้นใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวหรือสีฟ้า ผูกเนคไทสีเข้ม ใส่สูทสีน้ำเงิน หรือเทา ขอเป็นเทากลางๆ Charcoal ขึ้นไป ไม่ใช่เทาอ่อน แบบ Light Grey หรือ Smoky ซึ่งเป็นแบบลำลอง ถ้าเป็นมื้อกลางวันให้แม็ตช์กับรองเท้าผูกเชือกสีน้ำตาล หรือโลฟเฟอร์ (ใส่สูทสีน้ำเงินหรือเทา และสวมรองเท้าหนังสีน้ำตาล หรือสีแดงเบอร์กันดี จะดูว่าคุณ ‘เป็น’ มากกว่าสวมรองเท้าหนังสีดำ
ส่วนดินเนอร์ขอให้เป็นสูทสีดำ เนคไทสีเข้ม และรองเท้าหนังผูกเชือกสีดำเท่านั้น แต่ถ้าจะใส่โลฟเฟอร์ ต้องเลือกแบบหน้าลึก (เพราะถ้าเป็น Penny Loafer หน้าตื้นจะดูลำลอง) และรองเท้าโลฟเฟอร์คู่นี้ก็ไม่ควรที่จะมี Buckle (พวกวัสดุเหล็กประดับบนหลังเท้า) แล้วถ้ามีเอกสารจำเป็นอาจจะมี Briefcase สีเข้มได้ แต่ถ้าอาชีพการงานไม่ได้เคร่งครัดมากนัก ก็เป็น Tote Bag ที่มีโครงสร้างแข็ง มี Structure วางตั้งได้ แต่ต้องไม่ใช่ Gym Bag หรือ Boston Bag เด็ดขาด แม้ว่าจะทำจากหนังสีเข้มก็ตาม

• โต๊ะอาหารระดับประเทศ พบท่านทูตฯ แขกบ้านแขกเมืิอง จนถึงผู้นำระดับประเทศ
ดินเนอร์ แนะนำว่าการ์ซงควรจะใส่สูทสีดำเท่านั้น และต้องมี Pocket Square ด้วย ถ้าจะสวมโลฟเฟอร์หนัง ต้องเลือกแบบหน้าลึกเท่านั้น และถ้าจะถือ Clutch ด้วยสักใบสำหรับสัมภาระนิดหน่อยก็ควรเป็นสีดำล้วน ไม่มีโลโก้ ไม่แฟชั่นจ๋าเตะตา ถ้าเป็นตอนกลางวัน สามารถแต่งเหมือนกันเลย แต่ยังไงขอให้เป็นสูทสีเข้ม อาจมีนาฬิกาเรือนหล่อสายบางเฉียบที่เรียกว่า Second Skin สักเรือน

เมื่อ Gentleman ติดต่อธุรกิจ หรือพบปะผู้คนในเรื่องการงาน

• สัมภาษณ์งาน หรือพบกับระดับบริหารครั้งแรก รวมทั้งติดต่อราชการ
อย่างน้อยๆ การ์ซงทุกคนต้องใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว ผูกเนคไทสีเข้ม กางเกงสีเข้ม เข็มขัดและรองเท้าน่าจะใช้สีเดียวกัน ถ้าเข็มขัดน้ำตาล รองเท้าก็ต้องน้ำตาล เข็มขัดดำ รองเท้าก็ควรดำ และควรเป็นเข็มขัดแบบที่เย็บด้ายสีเดียวกับตัวเข็มขัด (ไม่ใช่เข็มขัดดำหรือน้ำตาลเย็บด้ายขาว อันนั้นเป็นแบบลำลอง) ส่วนรองเท้าควรเป็นรองเท้าหนังสีดำผูกเชือก หรือไม่ก็เป็นรองเท้าสีน้ำตาลผูกเชือก (ที่ไม่ใช่ลำลอง) หรือเลือกเป็นรองเท้า Monk Strap (ที่เป็นเข็มขัด 2 เส้นก็ได้) และอาจจะมี Soft Briefcase สีเข้มสำหรับเอกสาร เพราะในชีวิตจริงนั้น Over Dress ดีกว่า Under Dress และที่ขาดไม่ได้ หนุ่มๆ จะต้องมีกระเป๋าใส่นามบัตร แนะนำว่าต้องเป็นดำหรือสีน้ำตาลที่เรียบ และเบสิกที่สุด
สำหรับเครื่องประดับ ถ้าจะใส่แหวนก็ต้องเป็นแหวนวงเล็ก เงินเกลี้ยงๆ ทองเกลี้ยงๆ ไม่ใช่แหวนแฟชั่น วันสมัครงานสัมภาษณ์งาน เจอกันครั้งแรกเนี่ย...แสดงความเป็นตัวตนของเราบนความสุภาพ ไม่ใช่มากเกินเหตุ เพราะเรากำลังต้องการงานจากเขา เพราะงานส่วนใหญ่นั้นต้องการความถูกต้องทางด้านการแต่งตัว เว้นแต่ไปสมัครงานแฟชั่น ครีเอทีฟโฆษณา หรืองานเชิงศิลปะต่างๆ อันนั้น จะแสดงความเป็นตัวเองมากหน่อยก็อีกเรื่องนึง

• นัดเซ็นสัญญา เปิดกิจการ หรือประชุมธุรกิจ
ขอให้แต่งตัวเหมือนกับไปกินข้าวธุรกิจกลางวันได้เลย แต่สิ่งนึงที่ต้องมีแบบดีๆ คือ ปากกา แนะนำว่าอย่างน้อยๆ คุณควรมี Roller Ball ถ้าคุณเป็นผู้บริหาร New Gen ก็จะเป็น Roller Ball แบบลูกลื่นสีดำ ไม่แนะนำถึงขนาดต้องเป็นแบบFountain Pen ที่ต้องถอดปลอกออกมา เพราะว่ามันโก้ไป บางทีเราต้องไม่แต่งตัว Offside เจ้านาย การเลือกใช้ปากกามีราคาและมีสไตล์สักหน่อย มันสะท้อนนัยยะอันหนึ่งว่า บุรุษคนนี้เป็นคนค่อนข้างรอบคอบ (เพราะหายไม่ได้...มันแพง) และเช่นเดียวกัน คุณจะต้องมีกระเป๋านามบัตรสีเข้ม เรียบๆ แต่กรณียกเว้นถ้าทำงานครีเอทีฟหน่อย กระเป๋าใส่นามบัตรที่เป็น Exotic Skin หนังจระเข้ หนังงู ต่างๆ ก็ได้ แต่ต้องเลือกเกล็ดหนัง ฟังก์ชั่น และคุณภาพให้ดี

เมื่อ Gentleman เข้าสังคม ไปงานสำคัญในโอกาสต่างๆ



  • ไปดูละคร ไปฟังออเคสตร้า หรืองานคอนเสิร์ตระดับวีไอพี
    สมมติว่าในบัตรเชิญเขียนขอให้ใส่สูท คุณก็ต้องใส่สูทผูกไทสีเข้ม แต่ถ้าในบัตรเชิญขอว่า ทักซิโด้ คุณก็ต้องใส่ทักซิโด้และไม่มีโอกาสที่คุณจะ Twist อะไรใดๆ ได้เลย เพราะเรากำลังไปงาน Formal ไม่ใช่ว่าใส่ทักซิโด้แล้วใส่รองเท้าผ้าใบ...ผิดมากๆ เพราะโดยมากงานละคร ออเคสตร้า ฯลฯ เป็นกลางคืนทั้งนั้นอ่ะ ก็ต้องใส่เต็มที่ตาม Dress Code
    การใส่ทักซิโด้ตามแบบแผน คุณใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวจั๊วะ ตัวแจ๊กเก็ตทักซิโด้อาจมีปกเสื้อซึ่งทำจากผ้าชิ้นเดียวกันกับเสื้อก็ได้ หรือทักซิโด้บางตัวเป็นแบบผ้ามันจากซิลค์ที่ปกก็ได้ ติดกระดุมให้ครบถ้วน ถ้าคุณต้องการความพิเศษของตัวเชิ้ตมากขึ้นไปอีก ก็เลือกใส่ทักซิโด้เชิ้ต คือกระดุมของตัวเชิ้ตจะต้องเป็นแบบ Stud ไร้กระดุม มีแต่รังดุมเปล่า และใช้ห่วงเหล็กมาสอดอีกทีนึง ตัว Stud จะเป็นแบบเปลือกหอยสีขาวหรือสีดำก็ได้ อีกอันหนึ่งเป็นทักซิโด้เชิ้ตที่เป็นสาปซ่อนกระดุม คือไม่เห็นกระดุม และมี Pleated เป็นเกล็ดตรงหน้าอกยาวลงมา กรณีที่เลือกใส่เสื้อเชิ้ตแบบเห็นกระดุม ก็อนุโลม ส่วนโบไทจะสีดำหรือแดงเข้ม หรือเบอร์กันดีเท่านั้น และไม่ลืม Pocket Square สีขาว หรือสีเดียวกับโบไท
    กรณีที่ส่วมทักซิโด้สีอ่อนช่วงฤดูร้อน ไปฟังออเครสต้า ธรรมเนียมปฏิบัติคือ แจ๊ตเก็ตตัวบนขาวกับกางเกงสีดำได้ แต่ถ้าเป็นงานทักซิโด้กลางคืนฤดูอื่นๆ จะต้องเป็นสีดำทั้งชุด จำไว้ว่า ทักซิโด้ช่วงซัมเมอร์ ข้างบนขาว-ข้างล่างดำ หรือจะดำทั้งชุดได้ แต่ถ้านอกซัมเมอร์แล้วต้องดำทั้งชุดเท่านั้น ยกเว้นได้นิดหน่อยว่าถ้าไม่ใส่ท่อนบนสีดำ ก็ต้องเป็น สีน้ำเงินเข้ม สีแดงเบอร์กันดี หรือลายตารางได้ 
    ส่วนรองเท้า ต้องเป็นสีดำผูกเชือก แต่ถ้าสไตล์ที่หรูหรามากๆ สำหรับทักซิโด้ ควรจะมีเข็มขัดคาดเอว จากผ้ากำมะหยี่ที่เรียกว่า Cummerbund กับรองเท้าหนังมันวาว (หนังแก้ว) เท่านั้น

    • วันเกิดเจ้านาย ผู้ใหญ่ในตระกูล หรืองานครบรอบระดับ VIP
    ถ้าเป็นตอนกลางวันสูทกับรองเท้าแบบทางการเหมือนข้อที่ผ่านมาใส่ได้หมด หรือจะเลือกใส่สูท Three Pieces เลือกลาย Pinstriped, Check หรือ Prince of Wale ก็โอเค (สามชิ้น-แจ๊กเก็ตสูท กางเกงสูท เสื้อกั๊ก) ไม่ก็ใส่เบลเซอร์น้ำเงิน กับกางเกงผ้าสีกากีหรือสีอ่อนๆ หรือไม่ก็ใส่เสื้อเชิ้ตสีๆ ให้มันดูสนุกนิดนึง
    หากว่าเป็นงานกลางคืนนะ อนุญาตให้ใส่เบลเซอร์กับกางเกงสีต่างกัน กางเกงตัวนั้นต้องไม่ใช่ยีนส์ เพราะถ้าสวมยีนส์แล้วถ้างานเลี้ยงนี้อาจจัดในคลับสไตล์ British การ์ซงก็เข้าไม่ได้ ต้องยืนอยู่หน้างาน

    • งานแต่งงาน
    ในช่วงงานกลางวัน ขอให้ใส่สูทสีอ่อน ให้ไล่จากสีกลางๆ ขึ้นไปถึงสีอ่อน เสื้อเชิ้ตตัวในสีขาวหรือสีฟ้าที่เข้ากับสูทได้ แต่ขอให้เป็นโทนสีอ่อนแบบพาสเทลนิดนึง ก็แล้วแต่ว่าคุณอยากจะใส่สูทลินินก็ได้ หรือจะใส่เป็น Cool Wool ก็ได้ ไม่ก็เป็นแบบ Cottonก็ได้ แต่อยากจะแนะนำให้ใส่สูท (แจ็กเก็ตกับกางเกงเหมือนกัน) ไม่อยากให้ใส่เบลเซอร์กับกางเกงอีกสีหนึ่ง เพิ่ม Pocket Square ก็ดี ส่วนรองเท้าเลือกโลฟเฟอร์สีน้ำตาลหรือสีอ่อนก็ได้ หรือสีดำเย็บด้ายขาว น้ำตาลเย็บได้ขาวก็ดี แต่ห้ามใส่รองเท้าผ้าใบเด็ดขาด 
    ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วแต่สถานที่ ถ้าเป็นงานแต่งที่มีการเข้าโบสถ์ หากสวมหมวกอยู่ต้องถอดหมวกออก แล้วถ้าเป็นปาร์ตี้ Outdoor จะใส่หมวกก็ไม่ว่ากัน ถ้าเป็นสูทลินินก็มี Panama Hat แต่ถ้าใส่สูทเป็น Wool ก็ต้องเป็นหมวกสักหลาด แบบ Federal Hat
    ในช่วงงานกลางคืน ต้องใส่สูทสีเข้มเท่านั้น หรูสุดก็คือ Black Tie เพื่อคู่กับผู้หญิงที่ใส่ Evening Gown ส่วนเรื่องดีไซน์ปลีกย่อยของรายละเอียดที่เลือกแล้วแต่ Attitude ของคุณ แต่ถ้าโทนดาวน์ลงมาหน่อยสูทเฉดเทาเข้มจนถึงดำก็เลือกมาใส่ได้ แต่...ไม่ควรใช้สีน้ำเงิน เพราะสูทสีน้ำเงินยังไงก็สำหรับงานกลางวันเท่านั้น (อย่าลืม)
    ส่วนรองเท้า เข็มขัด นาฬิกาเป็นยังไง ก็ต้องมาดู เช่น ถ้าสมมติว่าคุณจะใส่สูท Pinstriped ในงานแต่งช่วงกลางคืน แล้วเนคไทเป็น Polkadot สีดำ อ่ะ...ก็ได้ หรือถ้าจะไม่ใส่สูททั้งชุด แล้วใส่เบลเซอร์ คุณก็ต้องใส่เบลเซอร์ดำ กับกางเกงลินินสีครีม พร้อมด้วยเชิ้ตสีขาว และเนคไทเป็นลายดอกสีขาว-ดำ นี่กรณีจะเล่นสนุกตรงเนคไท ที่บอกว่า เบลเซอร์ดำนั่นหมายความว่า (ในขณะที่คุณใส่เชิ้ตขาว กับกางเกงครีม) เบลเซอร์แบบ Single Breasted คือกระดุมแถวเดียว หรือแบบ Double Breasted ก็คือกระดุมสองแถว แล้วคุณเติมความสนุกด้วยเนคไทสีขาว-ดำ ก็ถือว่าเป็น Combination เดียวกับเสื้ออยู่ แต่ไม่ใช่หมายความว่าเนคไทแบบ Multi Color มาเลย ไม่ได้...ไม่หล่อเลย แต่ถ้าอยากจะใส่เนคไทแบบ Multi Color จริงๆ ล่ะก็...ได้ แต่คุณต้องใส่เบลเซอร์สีน้ำเงินหรือสีพาสเทล
    ถ้าจะให้แตกต่างสุดๆ ในงาน ควรเพิ่มนาฬิกาพกที่มันเกี่ยวติดกับเสื้อกั๊ก หายากและแพงมากแต่จะทำให้การ์ซงแตกต่างจากคนอื่นเลย หรือเติม Pin ที่อยู่บนปกสูทก็ดี ให้เลือกเป็นเครื่องหมายโรงเรียน ถ้าจบ Eton มาก็ติด Pin ของ Eton ส่วนรองเท้าต้องเป็นรองเท้าหนังแบบผูกเชือกสถานเดียว ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้ โททัลลุคถูกต้องตามบัตรเชิญแล้ว ยังไงซะก็ห้ามแต่งให้โดดเกินหน้าเจ้าบ่าว งานแต่งของเขา...เขาต้องโดดเด่นที่สุด

    • งานศพ
    งานศพนี่ซีเรียสเลยนะครับ คุณต้องใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว สูทดำ ผูกเนคไทสีดำ แล้วก็สวมรองเท้าหนังสีดำ ความกว้างเนคไทแล้วแต่ ดูตามปกเสื้อเชิ้ต ไม่เล็กหรือใหญ่เกิน เพื่อให้ดูสุภาพ ไม่แฟชั่น หรือว่าถ้าเป็นงานพิธีแบบแผนมากๆ จำเป็นต้องใส่ปลอกแขนดำด้วย 
    สูทควรจะเป็นกระดุมแถวเดียว จะแบบสองหรือสามเม็ดแล้วแต่ แต่อย่าสวมแบบกระดุมสองแถวเลย มันดูแฟชั่นเกินไป ถ้าจะมีกระเป๋า การ์ซงก็อาจจะถือ Clutch Bag ได้ แต่ต้องสีดำเท่านั้น งานพิธีแบบนี้ก็ต้องใช้คำว่า Propper สถานเดียว จำเป็นต้องแต่งตัวให้ถูกต้องเหมาะสม ไม่ใช่ว่าขณะที่ใส่สูทดำทั้งหมดแล้วสวมผ้าใบสีดำ...ก็ไม่ได้หรือขณะที่ใส่สูทดำทั้งหมดแต่ถุงเท้าขาวก็ไม่ได้ ถุงเท้าขาวคืองานกีฬา ซึ่งให้ความรู้สึกลำลอง...ไม่ควรอย่างยิ่ง

    เมื่อ Gentleman อยู่ท่ามกลางความรัก ความความสัมพันธ์

    • เดตสาวครั้งแรก
    ถ้าเป็นเดทแบบ Picnic นะ ให้ใส่เสื้อเชิ้ต กางเกงชิโนส์ หรือกางเกงยีนส์ กับ Gym Shoes หรือโลฟเฟอร์ที่แลดูลำลองได้หมด ถ้าอยู่ในสวนสาธารณะต่างประเทศ ควรมีคาร์ดิแกนพาดบ่าไว้เผื่ออากาศเปลี่ยนก็ใส่คลุมอีกชั้นได้ และกรณีนี้ก็เป็นRomantic Piece ด้วย เพราะถ้าสาวที่เดทด้วยเกิดหนาวก็ห่มให้เธอได้ อาจเพิ่มแว่นตากันแดดสักหน่อย กับหมวกแก๊ปหล่อๆ สักใบ 
    ถ้าเป็น เดทแบบ Afternoon Tea ก็คงต้องอยู่ในโรงแรมหรือร้านดีๆ แต่หล่อปกติ คือเสื้อเชิ้ต กางเกงชิโนส์ แต่เพิ่มเบลเซอร์ที่เข้ากันสักตัว แต่ถ้านัดกันดินเนอร์ อยากให้การ์ซงใส่สูทสีกลางๆ เพื่อลดความเป็นทางการลง สมมติว่าใส่เบลเซอร์สีน้ำเงิน กางเกงสีเทาอ่อน หรือเบลเซอร์น้ำเงิน กางเกงสีน้ำตาล สีกากี ให้ใส่เสื้อเชิ้ตสีอ่อน ผูกเนคไทสีอ่อน ภาพรวมของสีให้มันดูผ่อนคลายนิดนึง คงไม่มีสาวคนไหนอยากเดทกับหนุ่มที่ดูเคร่งขรึม จริงจังเหมือนวันทำงานตลอดเวลา

    • ไปพบญาติผู้ใหญ่ของอีกฝ่าย
    แนะนำให้ผู้ชายคนนี้ใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาว ผ้า Oxford ดูไม่กริบมาก พร้อมจะยับพร้อมจะลุย รองเท้า Penny Loafer เป็น Suede ก็ดูน่ารักดี แล้วใส่กางเกงยีนส์ก็ได้นะ แต่อย่าคาดเข็มขัด จะมีเบลเซอร์หรือไม่ก็ตามใจ

    • วันเกิด ครบรอบ วาเลนไทน์
    เดทวันสำคัญของคู่รัก การ์ซงใส่เชิ้ตขาว กับสูทดำ แบบมีความพร้อมตลอดว่าจะเดินเข้าร้านอาหารไหนก็ได้ เวลาผู้ชายอยู่ในแค่โทนดำ-ขาวเนี่ยยังไงมันก็ดูกริบอ่ะ แต่ถึงจะดำ-ขาวเนี่ย ก็ต้องให้อยู่ใน Silhouette ที่เป็น Modern Silhouette นะ ไม่ใช่แบบ Roomy/ Boxy ยกตัวอย่างเช่น การ์ซงใส่เสื้อเชิ้ตเข้ารูปหน่อย ไม่ใช่ฟิตแน่นนะ กับสูทดำที่เท่ๆ แบบ Jil Sander (จิล แซนเดอร์) ซึ่งดู Minimal และเลือกประเภท Good Fabric และสวมรองเท้าโลฟเฟอร์สีดำ หรือถ้าหนุ่มTrendyแต่งตัวนะ สมมติวันนั้นคุณใส่เสื้อเชิ้ต Wing Collar แล้วใส่สูทดำกับทักซิโด ชูส์เนี่ยคือ มันจะมีแค่ Wing Collar กับทักซิโด้ชูส์ที่มันแม็ตช์กัน ถ้ามันเป็นสูทแบบสลิมมันก็จะสวย คือ Twist นิดนึงไง ไม่ได้ใส่แบบทักซิโด้ทั้งหมด 
    ถ้าต้องไปในสถานที่ที่ต้องมีการจองโต๊ะ เป็นทางการมากขึ้น หรือถ้าไปกินข้าวในร้านอาหารที่มันดูฮิปสเตอร์นิดนึง ก็ให้ใส่แบบทักซิโด้แจ๊กเก็ต และเสื้อเชิ้ต Wing Collar ใส่กับยีนส์น้ำเงิน และสวมสนีกเกอร์ก็ได้ ยีนส์เนี่ยแนะนำว่าเป็นยี่ห้อแบบAuthentic อย่าง Levi’s หรือแบรนด์ของญี่ปุ่นแบบเรียบๆ เลือกแบบที่การฟอกและเส้นใยยีนส์กระด้างๆ ก็ได้ หรืออีกตัวอย่างคือ ใส่เชิ้ต Wing Collar ไม่ก็ Pleated ทักซิโด้เชิ้ต ใส่ทักซิโด้ปกมัน คอกล้วยหอม Shawl Collar กับกางเกงยีนส์ แล้วแม็ตช์กับรองเท้าไนกี้ แต่ขอเป็นสีขาวหรือดำล้วนนะ อ่ะ...ทำไมจะไม่หล่อ 
    ถ้าเป็นเดทครบรอบวันสำคัญของคู่รักช่วงกลางวัน ให้การ์ซงสวมเบลเซอร์คลาสสิกกระดุมทอง หรือยูจะใส่เป็นเบลเซอร์ Single Breasted กระดุมทอง 2 หรือ 3 เม็ด หรือจะเป็นแบบ Double Breasted กระดุมทอง หรือจะเป็นกระดุมขาวมาสเตอร์ออฟเพิร์ล เปลือกหอยชัดๆ ไม่ก็กระดุมที่เป็น Horn เขาสัตว์สีขาว สีน้ำตาล แล้วคุณก็ใส่กางเกงที่เป็นสีแบบ Multi Color เลยก็ได้ เช่น กางเกงสีแดง ชมพู สีเขียว Olive หรือจะกางเกงลายคาโม่(Camouflage) ประมาณนั้นก็ได้ ส่วนรองเท้าเนี่ยเป็นอะไรที่ขึ้นอยู่กับผู้ชายคนนั้นเหมือนกัน ลองเอายี่ห้อกีฬาที่เป็นคลาสสิก Signature เช่น ถ้าจะใส่ Adidas ก็ใส่ Stan Smith หรือไม่ก็ Jack Percell ของ Converse หรือ Nike Air หรือ New Balance ก็ได้ แต่ต้องเป็นรุ่นที่เป็น Rare Item สักหน่อย